Moo & Ling

mooling - developer, marketer, economist and Corruption!


ปี 2555 ปีชง…6 วันแรกของปี

7 January 2012

วันที่ 1 - ตั้งใจจะไปหาของอร่อยกินในวันเริ่มต้นปีใหม่ของปี…ปรากฏว่า ได้กินอาหารญี่ปุ่นที่รสชาติแย่ที่สุดตั้งแต่เคยกินมา [msweat]

วันที่ 2 - ซื้อตั๋วเครื่องบินจะกลับบ้านวันพฤหัส แต่บอสเมล์มาบอกว่า ขอให้อยู่ได้มั้ย [pmad]

วันที่ 3 - ไปซื้อส้มที่ big c ตอนเดินกลับขึ้นรถ…ถุงส้มก็รั่วกลางถนน [pmad]

วันที่ 4 - ไปซื้อส้มที่ big c อีกรอบ (แก้ตัว) แต่…ไม่มีส้มขาย [psing]

วันที่ 5 - ทิ้งตั๋วเครื่องบิน + ตอนขับรถไปทำงานลืมเติมน้ำมัน น้ำมันหมดซะงั้น [mzzz]

วันที่ 6 - The decision to discontinued…[poneeye]

เยะ!!


Posted in Wrote by Autumn, จิตตก | Post comment here (Current = No Comments) »


ยายยิ้ม ยิ้มเย้ยยาก

31 December 2011



ความหวังสุดท้ายของยายยิ้ม คือการได้สร้างฝาย 14 ฝาย และศาลา 1 ศาลาถวายในหลวง

หลังจากการฉายวิดีโอนี้ มีกลุ่มคนผู้มีจิตศรัทธารวมกลุ่มเดินทางไปช่วยยายยิ้มสร้างสิ่งยายยิ้มหวังไว้…จนเสร็จ

แต่พลังความดีของยายยิ้มยังไ่ม่หยุดอยู่แค่นั้น กลุ่มคนเหล่านั้นยังมีการตั้งกลุ่มเพิ่มเพื่อช่วยสร้างฝายให้กับป่าอื่นๆ ในประเทศไทย…

ดูวิดีโอและเรื่องราวที่ตามมา ทำให้คิดได้ว่า… “พลังแห่งความดี” ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ [msmile]


Posted in dream, so happy | Post comment here (Current = No Comments) »


ญี่ปุ่นในช่วงวิกฤตินิวเคลียร์ #3 ซากุระ

4 October 2011

post นี้ก็ยังเป็น series ครับ ต่อจากภาค #1 สุดเงียบเหงา และ #2 แผ่นดินไหว

โพสนี้ถือได้ว่าเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ เรื่องนึงใีนชีวิตของผมเลยทีเดียว

ต้องบอกไว้ก่อนว่าตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นต้นซากุระของจริงมาก่อนเลยไม่รู้ว่า “ไอ้ต้นซากุระ” เนี่ยมันหน้าตายังไง คือซากุระเนี่ยมันจะมีช่วงบานกับช่วงไม่บาน สำหรับช่วงที่มันไม่บานเนี่ย มันจะีมีลักษณะเหมือนต้นไม้ที่มีใบสีเขียวธรรมดาๆ เลยครับ … คือดูไม่ออกเลยว่าไอ้ต้นไม้สีเขียวนี่มันจะบานแล้วออกดอกเป็นสีชมพูซากุระได้

วันแรกที่ผมได้เห็นซากุระก็คือวันที่ลงจากเครื่องบินเลยครับ นั่งอยู่บน Limousine Bus เข้าเมือง (Limousine Bus ที่ทั้งคันมีสองคนนั่งอ่ะแหล่ะ มันเป็นช่วงนิวเคลียร์พอดี)

ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถผมก็เห็นต้นไม้ที่มีดอกสีชมพูเต็มไปหมดเลย ก็คิดว่าชัวร์แล้วล่ะว่าในที่สุดตรูก็ได้เห็นซากุระแล้วว้อยยย แต่ตอนที่เห็นจากในรถบัสมันไม่ได้ดูสวยอะไรมากมาย มันก็เป็นแค่ต้นไม้ที่มีดอกสีชมพูอ่อนๆ เท่านั้นเอง ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเหมือนที่เค้าล่ำลือกันว่าซากุระที่ญี่ปุ่นนั้นสวยนักหนา เกิดมาชีวิตนึงต้องมายลให้ได้

มาแล้วก็งั้นๆ…

แต่แล้วความคิดทุกอย่างเกี่ยวกับซากุระของผมก็เปลี่ยนไป…เมื่อผมได้มาเดินในสวนท่ามกลางต้นซากุระมากมาย

ในความคิดของผม เวลาเห็นซากุระ มันไม่ได้สวยอะไรมากมายหรอก แต่การได้ไปอยู่ “ท่ามกลางต้นซากุระ” ต่างหาก ถึงจะเรียกว่าสุดยอดจริงๆ

เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่า ทุกครั้งที่ลมพัด ดอกซากุระจะร่วงลงมา แล้วเวลาดอกซากุระร้อยๆ ดอกพัดมาโดนตัวเรานะ…มันเป็นความรู้สึก…เหมือนโดน Heal อ่ะครับ [pidea]

ใครที่ไม่เคยเล่นเกมอาจจะงง ว่าไอ้โดน Heal นี่มันเป็นยังไง ขออธิบายสั้นๆ ว่า ไอ้ Effect ตอน Heal ในเกมนี่มันจะเป็นแบบว่า มีคนมาเสกเวทย์ใส่เราแล้วทำให้ตัวเราเรืองแสงแล้วเหมือนมีอะไรมาวนๆ (งงมั้ยเนี่ย)

เวลาเดินท่ามกลางซากุระก็รู้สึกแบบเดียวกันเลย มันสุดยอดมากๆ คือ ต้องไปอยู่ตรงนั้นเลยถึงจะรู้ ถ่ายทอดด้วยภาพไม่ได้จริงๆ

ประเด็นของโพสนี้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องความสวยงามของต้นซากุระ แต่มันคือรอยยิ้มของคนญี่ปุ่นต่างหาก

ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นเครียดมากเพราะเรื่องปัญหารังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหล ผมเดินไปไหนก็เห็นคนหน้าบูดเต็มเมืองไปหมด (ปกติก็บูดอยู่แล้ว แต่ไม่มากขนาดนี้)

ประหลาดตรงที่ว่า ถ้าถนนไหนมีต้นซากุระ ถนนนั้นคนหน้าบูดจะน้อยลง [mhappy] ผมเลยคิดเป็นทฤษฐีของตัวเองขึ้นมาว่า “ต้นซากุระมันน่าจะเยียวยาหัวใจได้จริงๆ”

ทุกคนยิ้มท่ามกลางต้นซากุระที่กำลังร่วงโรย

ใน 1 ปี ซากุระบานแค่ไม่ถึง 2 อาทิตย์ก็ร่วงโรย
แต่ 2 อาทิตย์นั้นคือช่วงเวลาที่เฉิดฉายและเปล่งประกายที่สุดของมัน

เช่นกันกับคนเรา มีชีวิตไม่ได้สักเพียงว่าอยู่มานานเท่าไรแล้ว หากแต่เพียงซักครั้งในชีวิตจะสามารถเปล่งประกายได้หรือไม่ต่างหาก

ผมเชื่อว่า คนญี่ปุ่น เวลาเห็นต้นซากุระ เค้าก็คงคิดแบบนี้


Posted in Wrote by Autumn, travel | Post comment here (4 Comments) »


Next Page »